Scan & Get our app!

Get our app!

Download our app and stay connected on the go.

Download app
ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

อธิบายความแตกต่างระหว่างคำสั่ง Stop Loss แบบ Market และ Stop Limit

เทรดเดอร์ทุกคนมองหาโอกาสที่จะลดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น ด้วยเครื่องมือจัดการความเสี่ยงที่หลากหลาย นักลงทุนจึงมีโอกาสปกป้องเงินทุนและเข้าออกตลาดโดยไม่เสี่ยงต่อความล้มเหลว การตั้ง Stop Loss เป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการความเสี่ยงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

None

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจได้รับประโยชน์จาก Stop Loss ประเภทต่างๆ ซึ่งบางครั้งทำให้มือใหม่สับสน เพราะไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างคำสั่ง Stop Limit กับ Stop Loss แบบ Market เครื่องมือทั้ง 2 แบบมีเป้าหมายเดียวกัน แต่ทำงานแตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อให้ใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทุน เราจะอธิบายประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Stop Loss แต่ละประเภท ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรเลือกแบบใดและเพราะเหตุใด

คำสั่ง Stop Loss แบบ Market

หากคุณเคยใช้คำสั่ง Stop Loss ทั่วไป คุณก็คงไม่สับสนกับคำสั่ง Stop Loss แบบ Market เพราะจริงๆ แล้วเป็นคำสั่งแบบเดียวกัน สิ่งแรกที่คุณควรรู้คือ คำสั่ง Stop Loss แบบ Market มี 2 ประเภทหลัก ได้แก่ คำสั่งซื้อและคำสั่งขาย

  1. คำสั่ง Stop Loss Buy ใช้แนวคิดที่เข้าใจง่าย เทรดเดอร์ใช้เครื่องมือนี้เพื่อเปิดสถานะ Short อย่างปลอดภัย เมื่อราคาสูงกว่าระดับราคาตลาดปัจจุบัน คำสั่งจะทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนขาดทุนมากขึ้นจากราคาที่ปรับสูงขึ้น
  2. คำสั่ง Stop Loss Sell ช่วยให้เปิดสถานะซื้อ (Long) ในตลาดได้อย่างปลอดภัย คำสั่งนี้จะทำงานทุกครั้งที่ราคาลดลงต่ำกว่าระดับราคาตลาดปัจจุบัน จุดประสงค์หลักคือช่วยป้องกันไม่ให้เทรดเดอร์ขาดทุนมากขึ้น หากราคาปรับตัวลง ก็อาจลดลงต่อได้ การจำกัดผลขาดทุนไว้จะช่วยให้คุณขายสินทรัพย์ได้ที่ราคานี้

เครื่องมือทั้ง 2 อย่างทำงานในลักษณะเดียวกัน คุณสามารถใช้ร่วมกันเพื่อปกป้องสถานะทั้งหมดที่เปิดอยู่ ก่อนเข้าสู่ตลาดด้วยสถานะขาย (Short) หรือสถานะซื้อ (Long)

เงื่อนไขการเทรดที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม
โบนัสเงินฝาก
สูงสุด 200% โบนัสเงินฝาก 
สูงสุด 200%
สเปรด
เริ่มต้นที่ 0 pip สเปรด 
เริ่มต้นที่ 0 pip
รางวัลที่ได้รับ
แพลตฟอร์มการเทรด รางวัลที่ได้รับ
แพลตฟอร์มการเทรด
เข้าร่วมได้ทันที

คำสั่ง Stop Limit

สาเหตุหลักที่มือใหม่หลายคนสับสนเมื่อต้องแยกความแตกต่างระหว่าง Stop Limit กับ Stop Loss แบบ Market คือเครื่องมือทั้ง 2 อย่างทำงานค่อนข้างคล้ายกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีลักษณะเหมือนกัน เมื่อพิจารณาจากชื่อเครื่องมือ จะเห็นได้ว่าคำสั่ง Stop Limit จะกำหนดเพดานราคาที่คำสั่งจะทำงาน ส่วนคำสั่ง Stop Loss แบบ Limit เราต้องระบุราคาหลัก 2 ประเภท ได้แก่

  • ราคา Stop Price จะเปลี่ยนคำสั่งเป็นคำสั่งขายโดยอัตโนมัติ
  • ราคา Limit Price จะเปลี่ยนคำสั่งขายเป็นคำสั่ง Limit ซึ่งจะใช้ราคา Limit หรือราคาที่ดีกว่าในการดำเนินการ

ข้อเสียหลักคือเครื่องมือนี้ไม่รับประกันว่าจะดำเนินการตามคำสั่งได้ 100% กล่าวคือ หากราคาหุ้นปรับลงหรือขึ้นอย่างรวดเร็ว คำสั่ง Stop Limit อาจไม่ทำงานตามที่คุณคาดหวัง ในกรณีนี้ คุณอาจต้องใช้เครื่องมือจัดการความเสี่ยงอื่น

อีกคำถามที่มือใหม่หลายคนสงสัยคือ ควรทำอย่างไรเมื่อราคาหุ้นลดลงต่ำกว่าราคา Limit ควรยกเลิกคำสั่ง Limit แล้วรอจนกว่าราคาจะถึงจุดต่ำสุดหรือไม่ ในกรณีนี้ คุณอาจพลาดโอกาสออกจากตลาดอย่างปลอดภัยและมีการป้องกัน ในทางกลับกัน เทรดเดอร์บางคนอาจไม่ต้องการขายสินทรัพย์ในราคาที่จำกัดไว้ เพราะคาดว่าราคาจะกลับตัวอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น คำสั่ง Stop Loss แบบ Limit จึงดูเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสำหรับเทรดเดอร์ที่เลือกเปิดสถานะขาย (Short) และรอให้ราคาปรับขึ้น โดยยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง

Stop Loss แบบ Market เทียบกับ Stop Limit

ดูตารางนี้เพื่อเปรียบเทียบประเด็นสำคัญที่แสดงความแตกต่างระหว่าง Stop Limit กับ Stop Loss แบบ Market

Stop Loss แบบ Market

Stop Limit

ทำงานเมื่อราคาแตะจุดต่ำสุดหรือยังคงปรับลง

ช่วยป้องกันการขาดทุนเพิ่มเติมระหว่างการเทรด

ทำงานเมื่อราคาแตะระดับ Limit แต่ยังอยู่ในระดับราคาที่ดีกว่า Limit

ไม่รับประกันว่าจะป้องกันการขาดทุนได้ 100%

เทรดเดอร์อาจขาดทุนมากกว่าที่คาดไว้

ใช้ได้ดีหากคุณรู้ว่าราคาจะดีดกลับและเริ่มปรับขึ้นในเร็ว ๆ นี้

สรุปประเด็นสำคัญ

ความแตกต่างหลักระหว่างคำสั่ง stop limit กับคำสั่ง stop-loss แบบ market คือวิธีปกป้องสถานะเมื่อเข้า或ออกจากตลาดที่แตกต่างกัน ข้อดีคือคำสั่งทั้งสองแบบเหมาะกับทั้งเทรดเดอร์ระยะสั้นและระยะยาว ข้อเสียคือคำสั่งบางประเภทไม่ได้รับประกันว่าจะป้องกันการขาดทุนได้ เว้นแต่คุณจะทราบว่าราคาจะเด้งกลับ

เนื้อหานี้ไม่มีและไม่ควรตีความว่ามีคำแนะนำด้านการลงทุน คำแนะนำในการลงทุน ข้อเสนอหรือการชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ก่อนตัดสินใจลงทุน คุณควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้มั่นใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยง